พระอัจฉริยภาพ ด้านวรรณศิลป์

          ประชาชนชาวไทยล้วนตระหนักดีว่า พระมหากษัตริยาธิราชของไทยทุกพระองค์ล้วนเปี่ยมด้วยคุณูปการเป็นที่ยิ่งต่อพสกนิกรและชาติบ้านเมืองมาทุกยุคทุกสมัย เฉกเช่นเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖  หรือที่ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า”  ก็ทรงเปี่ยมด้วยคุณูปการอันเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ตลอดพระชนมชีพของพระองค์เช่นกัน เนื่องเพราะได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ อันกอปรด้วยพระอัจฉริยภาพด้วยความมีสายพระเนตรอันยาวไกลและมีพระปรีชาญาณอันสูงส่งอันต้องอาศัย  พระบรมราชกุศโลบายหลายแนวทางตลอดรัชสมัยแห่งพระองค์ที่ทรงพระราชอุตสาหะปลูกฝังความจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมืองให้แน่นแฟ้นในสำนึกของราษฎร โดยการพระราชทานแนวความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการพัฒนาประเทศชาติและสมรรถภาพของพสกนิกรให้สูงขึ้นทั้งในด้านจิตใจ สติปัญญา ความประพฤติ
          พระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่สะท้อนให้ประจักษ์ในพระอัจฉริยภาพที่สำคัญยิ่งนั้น คือพระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานการศึกษาแผนใหม่ให้พัฒนาต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน ซึ่งหากพิจารณาอย่างลึกซึ้งก็จะประจักษ์ถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ในด้านนี้ ที่สะท้อนในความเป็นนักการศึกษาที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เพราะหากพสกนิกรในชาติขาดความรู้ ความคิด ความสามารถ และสติปัญญา ก็จะเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการพัฒนาชาติบ้านเมือง และอาจเป็นผลให้การรักษาความมั่นคงของชาติไม่เป็นผลได้ดังที่ทรงมุ่งหวังไว้
          นอกเหนือจากพระอัจฉริยภาพด้านการศึกษาแล้ว ความใฝ่พระราชหฤทัยในการส่งเสริมและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาตินั้นก็ได้ประจักษ์ชัดโดดเด่นจากพระอัจฉริยภาพทางด้านวรรณศิลป์ที่แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในฐานะ “ปราชญ์” ได้เป็นอย่างดียิ่ง จากผลงานการประพันธ์ที่ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมไว้นับพันเรื่องทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษในรูปแบบที่หลากหลายประเภท ได้แก่ ประเภทโขน ละคร พระราชดำรัส เทศนา นิทานและบทชวนหัว บทความ ร้อยกรอง สารคดี และอื่นๆ ทั้งจากการที่ทรงพระราชนิพนธ์จากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการของพระองค์เอง และทรงแปลวรรณกรรมเอกของนานาชาติเพื่อให้คนไทยได้รู้จัก  ล้วนเป็นผลงานที่ให้ทั้งสาระและความบันเทิงแก่ผู้อ่านผู้ฟัง และเปี่ยมคุณค่าทางวรรณศิลป์ยิ่ง รวมทั้งเป็นแบบอย่างของการประพันธ์มาตราบเท่าทุกวันนี้
          เหนือสิ่งอื่นใด พระองค์ทรงใช้วรรณกรรมเป็นสื่อในการปลูกฝังจิตสำนึกในเรื่องของความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้เกิดขึ้นในจิตใจของประชาชนได้อย่างแน่นแฟ้น  พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ได้ทรงถ่ายทอดความรู้ และความคิดเห็นทั้งปวงในพระราชนิพนธ์ของพระองค์นั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าสูงยิ่ง เพราะเป็นมรดกทางปัญญาที่พระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทยให้ได้ศึกษาครุ่นคิดไตร่ตรองได้ไปตราบนานเท่านาน และยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความเจริญทางสติปัญญาซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องเชิดหน้าชูตาแก่ชาติบ้านเมืองให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรีที่ชาวไทยทั้งมวลควรภาคภูมิใจ  กระทั่งองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ก็ได้ยกย่องพระเกียรติคุณของพระองค์เป็น “ปราชญ์แห่งสยาม”

Back to Top